อุทยานประวัติศาตร์ภูพระบาท

อุทยานประวัติศาตร์ภูพระบาท
หอนางอุษา ซึ่งมีลักษณะเหมือนเป็นห้องอยู่บนเสาหิน
เพิงหินที่มีลักษณะต่างๆ สันนิษฐานว่าเคยใช้เ็ป็นที่อยู่ของคนในสมัยโบราณ
เพิงหินแกะสลักเป็นรูปพระพุทธรูป สันนิษฐานว่าใช้เป็นที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของคนในสมัยโบราณ
ภาพเขียนสี เป็นรูปต่างๆ ปรากฎในเพิงหินทั่วไป
กู่นางอุษา ใช้สำหรับเป็นที่นั่งบำเพ็ญเพียรหรือนั่งสมาธิ ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ในสมัยโบราณ
ดอกไม้สวยๆ ก็มีปรากฎอยู่ทั่วไป ตามซอกหินต่างๆ
หอนางอุษา ซึ่งมีลักษณะเหมือนเป็นห้องอยู่บนเสาหิน
เพิงหินที่มีลักษณะต่างๆ สันนิษฐานว่าเคยใช้เ็ป็นที่อยู่ของคนในสมัยโบราณ
เพิงหินแกะสลักเป็นรูปพระพุทธรูป สันนิษฐานว่าใช้เป็นที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของคนในสมัยโบราณ
ภาพเขียนสี เป็นรูปต่างๆ ปรากฎในเพิงหินทั่วไป
กู่นางอุษา ใช้สำหรับเป็นที่นั่งบำเพ็ญเพียรหรือนั่งสมาธิ ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ในสมัยโบราณ
ดอกไม้สวยๆ ก็มีปรากฎอยู่ทั่วไป ตามซอกหินต่างๆ
หอนางอุษา ซึ่งมีลักษณะเหมือนเป็นห้องอยู่บนเสาหิน
คะแนนปัจจุบัน:
อุทยานประวัติศาตร์ภูพระบาท

อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาภูพาน ครอบคลุมพื้นที่ 3,430 ไร่ ในเขตบ้านติ้วตำบลเมืองพาน อยู่ห่างจากตัวจังหวัดระยะทางประมาณ 67 กม. ตามเส้นทางหมายเลข 2 (อุดรธานี-หนองคาย) บริเวณหลักกม.ที่ 13 แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2021 ไปทางอำเภอบ้านผือ ระยะทางประมาณ 42 กม.แยกขวาประมาณ 500 เมตร และตรงไปตามเส้นทางหมายเลข 2348 อีกประมาณ 12 กม. มีแยกขวาเป็นทางเข้าไปประมาณ 2 กม. ภายในบริเวณอุทยานฯ ทางด้านขวามือเป็นที่ตั้งของศูนย์บริการนักท่องเที่ยว สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดและข้อมูลของอุทยานฯรวมทั้งแผนที่และเส้นทางเพื่อความสะดวกในการเที่ยวชม อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทเปิดบริการเวลา 08.00-16.30 น.ค่าเข้าชม ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างประเทศ 30 บาท
ในอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทมีถ้ำหินในลักษณะต่างๆ ที่มีรูปร่างแปลกตา มีการตั้งชื่อแท่งหินต่างๆ ตามลักษณะและจินตนาการตั้งกระจายอยู่ทั่วไปในบริเวณอุทยานฯสามารถเดินชมได้ในระยะทางไม่ไกลนัก มีถ้ำซึ่งสันนิษฐานว่าอาจจะเป็นที่พำนักของมนุษย์สมัยหิน และมนุษย์เหล่านั้นได้เขียนรูปต่าง ๆ ไว้ เช่น รูปคน รูปมือ รูปสัตว์ และรูปลายเรขาคณิต เช่น ถ้ำลายมือ ถ้ำโนนสาวเอ้ ถ้ำคน ถ้ำวัวแดง นอกจากนั้นยังมีลานหินที่สวยงาม คือ ลานหินโนนสาวเอ้ ธรรมชาติได้สร้างเพิงหินต่าง ๆ ไว้ ทำให้มนุษย์รุ่นหลัง ได้จินตนาการผูกเป็นเรื่องตำนานพื้นบ้าน คือ เรื่อง "นางอุสา-ท้าวบารส"
เพิงหินที่สวยงามเหล่านี้ ได้แก่ คอกม้าท้าวบารส หอนางอุสา บ่อน้ำนางอุสา นอกจากนั้นยังพบชิ้นส่วนหลักเสมา และหินทรายจำหลัก พระพุทธรูปศิลปะสมัยทวาราวดี ที่เพิงหินวัดพ่อตา และเพิงหินวัดลูกเขย ในช่วงปลายฝนต้นหนาวจะมีดอกไม้เล็ก ๆ ขึ้นอยู่ตามพื้นที่ชุ่มชื้นบริเวณลานหินเหล่านี้